
Mohamed Salah เรื่องราวของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่ได้เริ่มต้นจาก อะคาเดมี ชื่อดังในยุโรป หรือเส้นทางที่ถูกเตรียมไว้ให้กลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ ตั้งแต่เด็ก เขาเติบโตในหมู่บ้านเล็ก ๆ ของ อียิปต์ ต้องเดินทางเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อฝึกฟุตบอล ก่อนค่อย ๆ ไต่ระดับจากลีกบ้านเกิดไป สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ อิตาลี กลับมาอังกฤษอีกครั้ง และล่าสุดเปิดบทใหม่ในตุรกีกับ Trabzonspor
Mohamed Salah ข้อมูลชื่อจริงเขาคือใคร
MohamedSalah Hamed Mahrous Ghaly นี่คือชื่อเต็มของเขา เกิดวันที่ 15 มิถุนายน 1992 ที่หมู่บ้านนากริก เมืองบาซียูน จังหวัดอัลการ์บียา ประเทศอียิปต์ เล่นตำแหน่งแนวรุกฝั่งขวาเป็นหลัก ถนัดเท้าซ้าย และ มีจุดเด่นเรื่องการออกตัว การเคลื่อนที่หลังแนวรับ
รวมถึงการจบสกอร์จากพื้นที่ด้านขวาเข้าสู่กลางสนาม ถึงเดือนตุลาคม 2026 ซาลาห์อายุ 34 ปี และ ปัจจุบันสวมหมายเลข 10 ให้กับ แทร็บซอนสปอร์ ในตุรกี หลังปิดช่วงเวลายาวนานเก้าปีกับ ลิเวอร์พูล
ฟุตบอลอาชีพ Mohamed Salah จาก Al Mokawloon
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะปรากฏบนเวที Champions League จุดเริ่มต้นจริง ๆ อยู่กับ Al Mokawloon หรือ Arab Contractors สโมสรในอียิปต์ เขาเข้าสู่ระบบเยาวชนของทีมและได้รับโอกาสขึ้นชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2010 ในลีกอียิปต์ ซาลาห์ลงสนาม 40 นัด ยิง 11 ประตู ช่วงเวลานั้นอาจยังไม่มีตัวเลขระดับกองหน้าชั้นนำ แต่ความเร็ว และ วิธีโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับทำให้แมวมองยุโรปเริ่มเห็นบางอย่างในตัวเขา
ปี 2012 เขาตัดสินใจออกจากประเทศบ้านเกิดและเซ็นสัญญากับ FC Basel ในสวิตเซอร์แลนด์ นี่คือการย้ายทีมที่เปลี่ยนทิศทางชีวิตอย่างแท้จริง เพราะบาเซิลทำให้เขาได้เล่นฟุตบอลยุโรปและเผชิญหน้าสโมสรระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ
บาเซิลพา ซาลาห์ มาเจอกับ เชลซี ก่อนเชลซีจะซื้อเขาเสียเอง
ช่วงอยู่กับ Basel ซาลาห์ เริ่มสร้างชื่อในเกมยุโรป โดยเฉพาะ ผลงาน ที่ทำได้ดีเมื่อเจอกับทีมจากอังกฤษ เขาลงเล่นลีก สวิตเซอร์แลนด์ 47 นัด ทำ 9 ประตูและ 7 แอสซิสต์ตามฐานข้อมูล FBref ก่อน Chelsea ตัดสินใจดึงเขาเข้าสู่พรีเมียร์ลีกในเดือนมกราคม 2014 แต่การมาถึงลอนดอนไม่ได้กลายเป็นทางลัดสู่ความสำเร็จ ซาลาห์ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้
ลงเล่นพรีเมียร์ลีกให้เชลซีเพียง 13 นัด ทำ 2 ประตู ถ้าอาชีพของเขามีช่วงที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง นี่คือช่วงนั้น แทนที่จะอยู่รอโอกาส ซาลาห์ เลือกออกไปเล่นในอิตาลี และการตัดสินใจครั้งนั้นเปลี่ยนเขาจากปีกที่มีเพียงความเร็วให้เริ่มกลายเป็นผู้เล่นเกมรุกที่ครบเครื่องกว่าเดิม
อิตาลีคือสถานที่ที่ Mohamed Salah พบวิธีเล่นของตัวเอง
ต้นปี 2015 ซาลาห์ ย้ายไป Fiorentina แบบยืมตัว เขาใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวกับ Serie A และทำ 6 ประตูจากการลงเล่นลีก 16 นัด หลังจากนั้นเขาย้ายไป AS Roma อีกครั้งด้วยสัญญายืมตัว ก่อนโรม่าจะซื้อขาดในปี 2016 สองฤดูกาลในกรุงโรมทำให้พัฒนาการของซาลาห์ชัดขึ้นอย่างมาก
เขาไม่ได้พึ่งความเร็วอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เริ่มเลือกจังหวะวิ่งได้ดีขึ้น เข้าพื้นที่สุดท้ายแม่นกว่าเดิม และ สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ด้วย เฉพาะ Serie A กับ โรมา เขาทำ 29 ประตู 17 แอสซิสต์จาก 65 นัด ตัวเลขดังกล่าวมากพอที่จะทำให้ทีมจากอังกฤษหันกลับมามองเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้ทีมที่เข้ามาคือ ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล เปลี่ยน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เก่งจนกลายเป็นตำนาน
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ย้ายจาก Roma สู่ Liverpool ในปี 2017 และแทบไม่มีช่วงทดลองงาน ฤดูกาลแรกเขาก็ยิงประตูใน พรีเมียร์ลีก อย่างต่อเนื่อง ก่อนกลายเป็นหัวใจของแนวรุกร่วมกับเพื่อนร่วมทีมในยุคที่ ลิเวอร์พูล กลับมาประสบความสำเร็จทั้งในอังกฤษและยุโรป ตลอดเก้าฤดูกาลที่แอนฟิลด์ ซาลาห์ ลงสนามอย่างเป็นทางการให้ ลิเวอร์พูล 442 นัด ยิง 257 ประตู สโมสรยืนยันตัวเลขดังกล่าวหลังเขาอำลาทีมในปี 2026
ขณะที่ฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ของ ลิเวอร์พูล บันทึกว่าเขามี 120 แอสซิสต์ ด้วย ถ้วยรางวัลที่ได้ร่วมกับทีมมีทั้ง Premier League สองสมัย , UEFA Champions League , FIFA Club World Cup , UEFA Super Cup , FA Cup และ League Cup สองสมัย ตัวเลขที่โดดเด่นมากคือพรีเมียร์ลีก ซาลาห์จบช่วงเวลากับลิเวอร์พูลด้วย 191 ประตู และ 93 แอสซิสต์จาก 315 นัดในลีก พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกถึงสี่ครั้ง
ปี 2026 ซาลาห์ เลือก Trabzonspor เป็นสถานีใหม่
หลังจบฤดูกาล 2025/26 ซาลาห์ อำลาลิเวอร์พูล และวันที่ 6 สิงหาคม 2026 แทร็บซอนสปอร์ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้เซ็นสัญญากับเขาเป็นเวลา 2 ปี การย้ายครั้งนี้ทำให้ตุรกีกลายเป็นประเทศที่ห้าที่เขาเล่นฟุตบอลสโมสรระดับอาชีพ ต่อจากอียิปต์ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และ อิตาลี
และเขาไม่ได้มาเพียงเพื่อใช้ชื่อเสียง ในช่วงต้นฤดูกาล 2026/27 ซาลาห์ยิง 8 ประตู พร้อม 3 แอสซิสต์จาก 8 นัดใน Süper Lig ตามข้อมูล Opta นอกจากนี้ UEFA ยังบันทึกว่าเขาทำอีก 2 ประตูและ 2 แอสซิสต์
ในสองเกมแรกของ Conference League นี่แสดงให้เห็นว่าแม้อายุเข้าสู่ช่วงกลางสามสิบ ความสามารถในการหาพื้นที่ และ จบสกอร์ของเขายังสร้างปัญหาให้แนวรับได้เหมือนเดิม

สถิติรวม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงไปกี่ประตู?
หากนับเฉพาะการแข่งขันลีกอาชีพของแต่ละสโมสรจนถึงข้อมูลล่าสุดช่วงเดือนตุลาคม 2026 ซาลาห์ลงเล่นประมาณ 504 นัด และทำ 256 ประตู เส้นทางดังกล่าวประกอบด้วย Al Mokawloon 11 ประตู, Basel 9 ประตู , Chelsea 2 ประตู , Fiorentina 6 ประตู , Roma 29 ประตู , Liverpool 191 ประตู และ Trabzonspor 8 ประตู
สำหรับแอสซิสต์ ฐานข้อมูลสมัยใหม่สามารถยืนยันได้อย่างน้อย 124 แอสซิสต์ในเกมลีก แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปตีความว่าเป็นยอดตลอดอาชีพทั้งหมด เพราะข้อมูลแอสซิสต์ในช่วงแรกกับ Al Mokawloon
ไม่ได้ถูกเก็บอย่างสมบูรณ์ภายใต้มาตรฐานเดียวกับลีกยุโรป ดังนั้นการระบุตัวเลขที่ตรวจสอบได้จึงแม่นยำกว่าการเดาตัวเลขเพื่อให้ได้ยอดรวมสวย ๆ
Salah กับทีมชาติ อียิปต์
อีกบทบาทหนึ่งที่แยกออกจากฟุตบอลสโมสรไม่ได้คือการเป็นกัปตัน และ ผู้นำเกมรุกของ ทีมชาติอียิปต์ ซาลาห์ประเดิมทีม ชาติชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2011 และกลายเป็นตัวหลักของประเทศต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งทศวรรษ เขาพาอียิปต์กลับไปเล่นฟุตบอลโลกปี 2018 หลังห่างหายจากรอบสุดท้ายมานาน และยังผ่านศึก Africa Cup of Nations หลายครั้ง
ข้อมูลล่าสุดหลังเกมวันที่ 25 กันยายน 2026 ระบุว่าเขาลงสนามให้ทีมชาติอียิปต์ 122 นัด ยิง 68 ประตู เหลือเพียงประตูเดียวจากสถิติ 69 ประตูของ Hossam Hassan ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติอียิปต์
จาก Nagrig ถึง Trabzon เรื่องของ ซาลาห์ ยังไม่จบ
Mohamed Salah น่าสนใจตรงที่อาชีพไม่ได้เดินขึ้นตลอดเวลา เขาเคยเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามอง เคยเป็นตัวสำรองใน พรีเมียร์ลีก เคยต้องออกจากเชลซีเพื่อหาโอกาสใหม่ และเคยกลับมาอังกฤษในสถานะที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่ตามมาคือ 257 ประตูให้ลิเวอร์พูล แชมป์ยุโรป แชมป์พรีเมียร์ลีก รางวัลดาวซัลโว และสถานะหนึ่งในนักฟุตบอลแอฟริกันที่ประสบความสำเร็จที่สุดในฟุตบอลยุโรป
ปี 2026 เขาไม่ได้อยู่ที่แอนฟิลด์อีกแล้ว แต่การเลือก Trabzonspor แสดงให้เห็นว่าเรื่องราวของ ซาลาห์ ยังมีบทต่อไป จากเด็กในหมู่บ้าน Nagrig สู่การเป็นกัปตันอียิปต์ และจากพรีเมียร์ลีกสู่ตุรกี
ชื่อของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จึงไม่ได้ถูกจดจำจากประตูเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่เส้นทางฟุตบอลบังคับให้เขาต้องเปลี่ยนแปลง